Interview : CNBLUE’s Dream Escape (ทางออกฝันของหนุ่มๆซีเอ็นบลู)

วันนี้อากาศร้อนมากๆเลย รู้สึกยังไงบ้างในที่สุดก็ถ่ายภาพนิ่งเสร็จสักที? มาถึงที่Yeouido อยู่ข้างๆสตูดิโอโทรทัศน์ อยากจะหนีไปบ้างมั้ย?
YH : ครับ ถึงแม้ว่าวันนี้อากาศจะร้อนมากแต่ก็เป็นการถ่ายภาพที่สนุกสนานมากครับ จริงๆแล้วพวกเราซีเอ็นบลูเป็นวงที่น่าเบื่อมากๆเลยครับ ไม่มีใครสักคนเลยในพวกเราที่คิดอยากจะหนีไปหรอกครับแล้วก็ไม่มีใครหนีสักคนด้วย แล้วอีกอย่างก็คือพวกเราไม่มีใครมีนิสัยหัวดื้อไม่เชื่อฟังหรอกครับ หลังจากเราเสร็จจากงานของพวกเราแล้ว พวกเราก็จะรีบตรงดิ่งกลับบ้านเลยครับ แล้วก็ไปห้องของจองชินกัน ทุกๆคนก็จะนั่งคุยกันบนเตียงของจองชิน นี่เป็นวิธีการรีแล๊กซ์ของพวกเราครับ บางคราวที่พวกเราโดนแรงกดดันจากคนอื่นพวกก็จะนินทาคนที่เค้ากดดันพวกเรากัน แต่อย่างเช่นวันนี้ที่พวกเราทั้งสี่คนออกมาข้างนอกด้วยกันแล้วมาที่ Yeouido นี่เป็นการหลีกหนีเล็กๆที่ก็ไม่เลวเท่าไหร่ครับ
JS : ใช่ครับ วันนี้พวกเราเพิ่งรู้ซึ้งว่าข้างนอกนี่มันร้อนมากแค่ไหน จริงๆแล้วมันยากเหมือนกันนะครับที่จะโยงซีเอ็นบลูกับคำว่าหลีกหนี พวกเราสี่คนมีวิธีผ่อนคลายโดยการดูหนังกันหรือไม่ก็คุยกัน เพราะงั้นก็เลยไม่จำเป็นที่จะต้องหนีจากความเป็นจริงที่เป็นอยู่ เพราะพวกเราสี่คนไม่รู้สึกกดดันง่ายๆหรอกครับ แล้วอีกอย่างพวกเรารู้วิธีที่จะจัดการกับความรู้สึกของพวกเราเองเพราะงั้นก็เลยไม่มีปัญหาครับ
เยี่ยมมาก งั้นระหว่างที่พวกคุณโปรโมทไม่รู้สึกกดดันเลยงั้นสิ? แล้วพอใจกับทุกอย่างเลยเหรอ?
YH : ใช่ครับ เพราะ พูดกันตามตรงนะครับพวกเราไม่คาดหวังสูงหรอกครับ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมามันดีมากไเลย แถมพวกเรายังได้รับความสนใจและความรักอย่างมากมาย เพราะงั้นพวกเราเลยอารมณ์ดีตลอดเวลาเลยครับ
MH : ระหว่างที่โปรโมทอัลบั้มพวกเราตั้งใจเอาไว้ว่า พวกเราไปเล่นดนตรีกันบนเวทีนะ
ในรายการหนึ่ง ยงฮวาพูดว่า “”เพราะท่านประธานเลี้ยงเนื้อวัวเกาหลีผม เพราะงั้นคุณเลยยกธงขาวที่จะรั้นทำอัลบั้มเพลงในสไตล์พวกคุณ” งั้นหลังจากโปรโมทอัลบั้มนี้ รู้สึกมั้ยว่าที่ท่านประธานพูดมามันถูกต้องแล้ว? หรือคุณรู้สึกเสียใจ “ไม่ว่าอย่างไงตอนนั้นฉันควรที่จะสู้ให้ถึงที่สุดสิ?”
YH (คิดหนักแป๊บนึง) : เอาเข้าจริงๆแล้ว ผมก็รู้สึกเสียใจบ้างครับ ผมควรจะหนักแน่นในความคิดของผม มันไม่ใช่ว่าผมไม่พอใจกับผลลัพธ์นะครับเพราะว่าตอนนั้นพวกเราเร่งเตรียมอัลบั้มกันมากเลยครับเลยมีหลายๆจุดที่ผมยังไม่พอใจครับ มักจะมีความคิดแบบนี้ตลอดเลยครับ “ถ้าเรารีแล๊กซ์ซะบ้างตอนเตรียมอัลบั้ม บางทีผลลัพธ์มันอาจจะดีกว่านะ” แต่อัลบั้มนี้มันเกินความหมายของเราครับ พวกเราจะสนุกกับทำงามากกว่าถ้าไม่คาดหวังอะไรมาก แต่ไม่คิดเลยครับว่าพวกเราจะได้รางวัลด้วย เพราะงั้นผมก็เลยดีใจมากที่พวกเราทำสำเร็จมีความสุขมากครับ แล้วอีกอย่างพวกเราไม่ได้หวังอยากจะชนะสามรางวัลซ้อนอะไรแบบนั้นครับ
หลังจากช่วงกิจกรรมโปรโมท มีเวลาพักบ้างมั้ย?
JH : ไม่ครับ ไม่มีใครได้พักครับ หลังจากช่วงกิจกรรมโปรโมทแล้วเราก็ทำงานต่อครับ กิจกรรมเดี่ยวหรือการศึกษาสำหรับการเตรียมอัลบั้มถัดไปของพวกเรา
ถ้าเกิดบริษัทให้เวลาพักหนึ่งอาทิตย์?
YH : ผมอยากไปเที่ยวพักผ่อนต่างประเทศครับ ถ้าผมไปได้ผมจะหนีบจองชินไปด้วยครับแน่นอนครับ ถ้าผมเอาจองชินใส่ในกระเป๋าได้ล่ะก็ ผมก็อยากจะพกเขาใส่ในกระเป๋าผมแล้วก็พาเขาไปด้วยทุกๆที่เลย ผมจะจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้เขาตราบเท่าที่จองชินพอใจ ไม่ว่าจะไปที่ไหนผมก็อยากจะไปกับเขาครับ เขาทำให้ผมรู้สึกดีมากๆที่จะทำอะไรสักอย่างในระดับนึงครับ สบายใจที่อยู่ด้วยสุดๆ คอยดูแลผมเป็นอย่างดีและเป็นห่วงผม…เป็นน้องชายที่ผมชอบมากๆเลยครับ
JS (ถอนหายใจอย่างยาว) : มันเหมือนกับความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายและทาสครับ อย่าคิดลึกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเรานะครับ
พวกคุณทั้งสี่คนต่างก็สนิทกันมากเลย ถ้าต้องมาอยู่ด้วยกันยี่สิบสี่ชั่วโมง พวกคุณจะมีเรื่องทะเลาะกันบ้างมั้ย?
MH : พวกเราอยู่ด้วยกันมาห้าปีแล้วครับ แต่มันแปลกอยู่อย่างนึงคือพวกเราไม่เคยทะเลาะกันเลยสักครั้งเลยครับ พวกเราสี่คนสนิทกันมากพวกเรารู้เลยว่าใครชอบอะไรเกลียดอะไร พวกเราจะหลีกเลี่ยงสิ่งที่คนนั้นๆไม่ชอบครับ พวกเราจะใส่ใจความรู้สึกของอีกฝ่ายครับ พวกเราแทบจะไม่ทะเลาะกันเลยครับและจะไม่ทำอะไรที่ทำให้พวกเราต้องทะเลาะกันด้วยครับ ทุกๆคนชอบพูดตลอดว่า”พื้นดินจะแน่นขึ้นก็หลังจากฝนตก” หรือไม่ก็ “ผู้ชายต้องมีเรื่องชกต่อยกันถึงจะสนิทกันมากขึ้น” แต่พวกเราเป็นกรณีพิเศษที่ต่างออกไปจริงๆครับ
งั้น ถ้าคุณต้องพูดถึงข้อเสียของอีกฝ่ายล่ะ?
YH : เราต้องพูดถึงได้แค่คนเดียวเหรอครับ? สำหรับจองชิน ความต้องการที่จะปล่อยมุกของเขาเยอะเกินไปครับ ถ้าเขาเล่งไว้ว่าจะทำให้คุณขำ เขาจะเล่นมุกออกมาเยอะมากเกินไปครับ พวกเราบอกไปหลายครั้งแล้วว่า “เล่นครั้งเดียวก็พอแล้ว” แต่เขาก็ไม่เคยเปลี่ยนเลยครับ
JS : มินฮยอกไม่มีข้อเสียเลยครับ ยกเล้นบางครั้งที่เขาชอบอยู่ในโลกของตัวเอง เขาเป็นคนที่อ่อนน้อมถ่อมตน จริงจังเวลาทำงาน ถึงแม้ว่าเขาจะอายุยังน้อยแต่เขาก็ดูเป็นผู้ใหญ่ จริงๆนะครับหาข้อเสียของเขาไม่เจอเลย
MH : ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ? ผมก็เป็นคนที่ก็มีข้อเสียมากมายเหมือนกัน อืม.. พี่ยงฮวาไม่ค่อยใส่ใจสุขภาพเขาสักเท่าไหร่ครับ นี่เป็นข้อเสียจริงๆของเขาครับ ตอนคอพี่เขาเจ็บ เขาก็ไม่ควรที่จะพูดและก็ต้องพักผ่อนให้มากๆ แต่พี่เขากลับพูดไม่หยุดและก็ชอบปล่อยมุกตลกๆเยอะเลยครับ
YH : สรุปว่าจริงๆแล้วนายอยากจะบอกว่าฉันมันน่ารำคาญงั้นสิ?
JS : พี่จงฮยอนเป็นคนเรื่องมากเรื่องอาหารการกินครับ ผมก็เป็นคนเรื่องมากเรื่องการกินเหมือนกันครับแต่ สุดท้ายแล้วพี่จงฮยอนก็ยังคงเหนือชั้นกว่าผมอยู่ขั้นนึงครับ เพราะว่าเวลาที่เลือกกันว่าจะกินอะไรดี พวกเราจะตกอยู่ในสถานะการณ์ลำบากตลอดครับ
ถึงจะเป็นอย่างนั้นแต่พวกเราก็ยังคงรู้สึกถึงความรักฉันท์พี่น้อง ดูเหมือนว่าพวกคุณสนิทกันมากๆเลย
YH : พวกเรา ตัวพวกเราพูดกันตลอดครับว่า “ไม่มีวงไหนที่สนิทกันไปมากกว่าวงพวกเราแล้ว ” เพราะงี้พวกเราก็เลยไม่มีเพื่อนในวงการดนตรีเลยจริงๆครับ และผมก็ไม่เคยไปเจอเพื่อนที่เป็นคนดังแบบส่วนตัวเลยครับ
JS : พวกเราติดกันเป็นตังเมเสมอครับ แต่ถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งมีกิจกรรมเดี่ยวและต้องออกไปจากกลุ่ม พวกเราจะรู้สึกโหวงๆครับ เพราะงั้นพวกเราสี่คนเลยตั้งห้องแชทกลุ่มในโทรศัพท์ของพวกเราครับ พวกเราจะแชทคุยกันทั้งวันเลย พวกเราก็จะส่งรูปตัวเองไปให้ทุกๆคนดูด้วยครับ ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมเขามีเรื่องที่จะต้องพูดมากมาย…มันดูน่าตลกจริงๆครับ พวกเราโทรหากันบ่อยมากด้วยครับ ผมกับพี่ยงฮวาถึงแม้ว่ามันจะไม่มีอะไร แต่เราก็เคยโทรหากันถึงแม้ว่าจะคุยแค่ประโยคเดียว “ทำไรอยู่?” “กินข้าวยัง?” อะไรแบบนี้ครับ เหมือนคู่รักใช่มั้ยล่ะครับ? อย่าเข้าใจผิดนะครับ~
งั้นพวกคุณก็ไม่เคยมีเรื่องอะไรที่อิจฉากันเลยสิ?
MH : ครับ พวกเราไม่อิจฉากันอะไรแบบนั้นแน่นอนครับ ตอนที่สมาชิกคนอื่นมีตารางงานเดี่ยว แทนที่จะอิจฉาพวกเรากลับรู้สึกว่า “มันจะต้องเหนื่อยมากๆแน่เลย” พวกเราจะกังวล หรือไม่ก็เราจะทำให้เรามีแรงฮึดและคิดว่า “เราต้องทำงานให้หนักกว่านี้” ระหว่างพวกเรา ไม่มีใครในพวกเราอยากแข่งเพื่อให้ตัวเองดีกว่าหรอกครับ
ดูเหมือนว่าพวกคุณจะมีโทรศัพท์มือถือกันแล้ว?ตอนพวกคุณเดบิ้วต์ไม่มีกันใช่มั้ย?
YH : ครับ พวกเราเพิ่งได้โทรศัพท์กันเมื่อต้นปีนี้เอง~ ท่านประธานของเราใส่ใจในทุกอย่างครับ แม้แต่การอนุญาตให้ใช้โทรศัพท์ของพวกเราและเป็นคนเอามาให้พวกเราเองครับ เมื่อไม่นานมานี้ บางครั้งผมก็คิดถึงวันที่เราไม่มีโทรศัพท์กัน เราอยู่กันได้ยังไงนะ ตอนไหนที่ดีที่สุดที่เราจะได้มีโทรศัพท์ใช้กัน? เวลาที่เราอยากโทรสั่งอาหาร เมื่อก่อนเราจะสั่งได้ก็ต่อเมื่อมีพี่ผู้จัดการอยู่ด้วย แต่ตอนนี้เราสามารถดูแลตัวเองได้แล้วครับ
เข้าใจแล้ว งั้นแสดงว่าก็ต้องมีเบอร์ศิลปินสาวๆเยอะเลยล่ะสิ?
JS : ให้ผมเอาโทรศัพท์ให้ดูก็ได้นะครับ พวกเราไม่มีเบอร์คนอื่นนอกจากเบอร์ร้านสั่งอาหารเลยครับ
ถ้าอยากจะเขียนเพลง คุณก็ต้องมีประสบการณ์ความรักบ้างสิ?
YH : ผมก็ไม่รู้ครับ ถ้าเพราะพวกเราทั้งสี่คนไม่มีประสบการณ์ความรักมากเท่าไหร่หรืออะไรแบบนั้น พวกเราก็เลยไม่ค่อยมีเพลงรักมากเท่าไหร่ ปกติส่วนใหญ่แล้วพวกเราจะเขียนเพลงประเภทล่าฝันกันน่ะครับ
อ่ะ เมื่อเร็วๆนี้ มินฮยอกไปแสดงละครเรื่อง “My Husband Got A Family” ในชีวิตจริงมีส่วนคล้ายคลึงกับตัวละคร ชาเซกวังมั้ย? จริงๆแล้วคุณเป็นคนยังไงกัน?
MH : ผมเหรอครับ? ผมไม่ใช่คนแบบนั้นเลยครับ ผมไม่ใช่คนเจ้าชู้เลยครับ ผมเป็นคนที่รักใครก็รักเพียงคนเดียว
YH : ใช่เลยครับ มินฮยอกเป็นคนที่โรแมนติกมากๆเลยครับ ตอนถ่ายละครเรื่องนี้ เราจะรู้สึกได้ถึงความแตกต่างแบบสุดขั้วได้ด้วยตัวเองเลยใช่มั้ยล่ะครับ? ตอนที่เรามองไปที่เขา เราจะรู้ว่าตัวจริงของมินฮยอกนั้นเป็นเด็กหนุ่มที่น่ารัก คนที่ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ คนที่ทุ่มเทตัวเองเพื่อผู้หญิงเพียงคนเดียว ฉันพูดถูกใช่มั้ยล่ะ? นายไม่ใช่คนหลอกลวงใช่มั้ย? (หัวเราะ)
ซีเอ็นบลู เปรียบเทียบกับเสื้อผ้าที่นำสมัยและเรียบหรูที่ใส่บนเวที พวกคุณให้ความสำคัญกับแฟชั่นการแต่งตัวที่สนามบินที่ออกแนวสบายๆและไม่เป็นทางการมากกว่า นี่กลายเป็นประเด็นฮอตเลยนะ พวกคุณรู้กันรึเปล่า?
YH : พวกเราเหรอครับ? ใครก็ตามที่ถ่ายรูปพวกเราที่สนามบินจะรู้ว่าพวกเราใส่ชุดที่สบายที่สุดเท่าที่จะใส่ได้ พวกเราเคยให้ความสนใจกับเรื่องการแต่งตัวมากเลยครับ แต่ตอนนี้เรารู้แล้วว่า “ใส่ที่เราสบายน่ะดีที่สุด” เพราะงั้นพวกเราอยากใส่อะไรก็ใส่ครับ จริงๆแล้วพวกเราก็อยากจะใส่แค่ชุดกีฬาเวลาพวกเราออกไปข้างนอกนะครับ แต่เพราะมีคนถ่ายรูปพวกเรา เพราะงั้นเราก็เลยต้องแต่งตัวกันนิดนึงครับ
เข้าใจแล้วล่ะ มีข้อแนะนำแฟชั่นไหนมั้ยที่คุณอยากจะแนะนำให้กัน?
YH, JS, MH : หมวกไหมพรมของจงฮยอน!ครับ
MH : ผมก็ไม่รู้ว่าพี่เค้าไปเริ่มใส่ตอนไหน บอกตามตรงเลยนะครับ ผมบอกพี่เค้าไปแล้วว่ามันดูแปลกๆ ครั้งหน้าอย่าใส่เลย แต่พี่เค้าก็ยังใส่อยู่ครับ
บนเวที แชั่นสไตล์ไหนที่ไม่ชอบเลย?
YH : ผมไม่ชอบสไตล์ที่แต่งเว่อร์เกินไปครับ อย่างเช่น แต่งหน้าแบบสโมกกี้อะไรแบบนั้นครับ ทุกๆคนจะคิดแบบว่าเพราะเป็นเพลงที่แสดงถึงพลังเพราะงั้นพวกเราก็ต้องเน้นตรงสายตา เช่นการเขียนอายไลน์เนอร์หนาๆหรือเสื้อหนัง แต่ผมไม่ชอบที่อคติแบบนี้เลย ผมหวังว่า เราจะสามารถมีสไตล์การแต่งตัวของพวกเราได้ครับ
งั้นในอนาคต ซีเอ็นบลูอยากจะโชว์อะไรให้ทุกๆคนได้เห็น?
YH : ถ้าผมสามารถแสดงถึงพลังความสามารถของซีเอ็นบลูได้มากขึ้น แค่นั้นก็พอแล้วสำหรับผม ทุกๆคนคิดว่า ซีเอ็นบลูเหมาะจะร้องแค่เพลง “I’m a loner” กับ “Love Light”เท่านั้น พวกเราอยากจะแสดงให้ถึงความหลากหลายในสไตล์ดนตรีของพวกเราครับ
JS : การบ้านใหญ่ที่สุดของพวกเราก็คือ การทำลายอคติของพวกเรา ณ ตอนนี้ เพราะงั้นพวกเราจึงทำงานหนักตลอดครับ
MH : ใช่แล้วครับ ครึ่งปีหลังนี้พวกเราจะให้ทุกๆคนได้ฟังเพลงสไตล์ใหม่ของพวกเราที่เกาหลี ตอนนี้สมาชิกทุกๆคนเตรียมอัลบั้มใหม่อย่างตั้งใจเลยละครับ เพราะว่าเรากำลังลองเล่นกับเพลงในสไตล์ใหม่ๆดู เพราะอย่างงั้นทุกๆคนช่วยรอกันด้วยนะครับ แล้วอีกอย่างนอกจากดนตรีแล้ว พวกเราก็อยากลุคที่ต่างออกไปบ้างผ่านการแสดงละคร ทุกๆคนช่วยสนับสนุนพวกเราต่อไปเรื่อยๆด้วยนะครับ
scan cr: parishin
based on ch trans by parishin
based on Eng trans by CNblackyong
Tran Thai by ARATA26











